ثناء
بعض أهل العلم على جماعة من الصحابة من أهل
البيت

การสรรเสริญสดุดีของนักวิชาการต่อซ่อฮาบะฮฺ ที่มาจาก
“อะฮฺลุล้ลบัยติ”

 ตอนที่ 2

อัลดุลลอฮฺ อิบนุ อับบ๊าส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
ลูกชายของผู้เป็นลุงของท่านร่อซูล
  

อัลบุคอรีย์ได้บันทึกไว้ในซอฮีฮฺของท่าน (ฮะดีษ
เลขที่ 4970) จากอิบนิ อับบ๊าส ได้กล่าวว่า :

         
ท่านอุมัรได้พาฉันเข้าไปอยู่ร่วมกับบรรดาผู้อาวุโสที่เข้าสมรภูมิบัดรฺ
(มีทั้งจากชาวมุฮาญิรีน และชาวอันศ็อร) ดังนั้น
เหมือนกับมีบางคนในหมู่นั้นรู้สึกไม่พอใจ จึงมีผู้กล่าวว่า
“ท่านนำเอาเด็กคนนี้เข้ามาร่วมอยู่กับพวกเราทำไม?
พวกเราก็มีลูกๆเหมือนกับเขาคนนี้?”
ท่านอุมัร กล่าวว่า
“เขาเป็นเด็กที่พวกท่านทราบกันดี”

        
วันหนึ่ง อุมัรได้เรียก อิบนุ อับบ๊าส
แล้วพาเขาเข้าไปร่วมนั่งกับบรรดาผู้อาวุโส ฉันไม่รู้สึกอะไรที่อุมัรเรียกฉันเข้าไป
นอกจากรู้ว่าท่านต้องการเอาฉันไปอวดบรรดาคนเหล่านั้น ท่านอุมัรกล่าวว่า
“ท่านทั้งหลายมีความเข้าใจอย่างไรเกี่ยวกับดำรัสของอัลลอฮฺ
ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า :

          “และความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ และการพิชิตได้มาถึงแล้ว”(ซูเราะฮฺอันนัศรฺ อายะฮฺที่
1)

         บางคนก็กล่าวขึ้นว่า
“พวกเราได้ถูกใช้ให้กล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ และขออภัยโทษต่อพระองค์
เมื่อเราได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะ”

และบางคนก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร และท่านอุมัรก็ได้กล่าวแก่ฉันว่า
“เธอมีทัศนะเช่นเดียวกับคำพูดดังกล่าวหรือไม่?”
ฉัน (อิบนุ อับบ๊าส)
กล่าวว่า “ไม่ใช่” ถ้าเช่นนั้นแล้วเธอจะพูดว่าอย่างไร?
ฉันกล่าวว่า “มันเป็นกำหนดเวลาของร่อซูล  ที่อัลลอฮฺ ได้ทรงแจ้งไว้ให้กับท่านร่อซูล  ได้ทราบ โดยพระองค์ทรงกล่าวว่า
และนั้นคือเครื่องหมายแห่งกำหนดเวลาของเจ้า (มุฮัมมัด  )”

          “ดังนั้น จงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า
และจงอภัยโทษต่อพระองค์เถิด แท้จริง
พระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษเสมอ”
(ซูเราะฮฺ อันนัศรฺ :
3)

          อุมัรได้กล่าว่า
“ฉันไม่เคยรู้ความหมายของอายะฮฺนี้มาก่อน
นอกจากมารู้จากที่เธอพูดนี้แหละ”

           และใน “อัฏฏอบะก็อต” ของอิบนุ
ซะอฺดิ (เล่มที่ 2 หน้าที่ 369) จากซะอฺดิ อิบนิ อบีวักก๊อศ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นใครมีความเข้าใจได้ฉับไว
มีสติปัญญาเฉียบแหลม มีความรู้มากมาย และมีความสุขุมรอบคอบยิ่งไปกว่า อิบนุ อับบ๊าส
และแน่นอน ฉันได้เห็นอุมัร อิบนุล ค็อฏฏอบ ได้เชื้อเชิญ อับนุ อับบ๊าส
ให้แก้ปัญหาที่ยากๆ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้”

          และใน “อัฏฏอบะก๊อต” ในเล่มเดียวกัน
(หน้าที่ 370) จากฎ็อลฮะฮฺ อิบนุ อุบัยดิลลาฮฺ กล่าวว่า “อิบนุ อับบ๊าส ได้รับความเข้าใจ และรับรู้ได้ไว ฉันไม่เคยเห็นอุมัร
อิบนุล ค็อฏฏอบ ยกย่องให้เกียรติผู้ใดให้มีฐานะ (ความรู้) เหนืออิบนุ อับบ๊าส
เลย”

          และใน “อัฏฏอบะก็อต” อีกเช่นกัน เล่มที่
2 (หน้าที่ 370) จากญาบิร อิบนุ อับดิลลาฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา
เขาได้กล่าวว่า “ในขณะที่เขาได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของอิบนุ
อับบ๊าส เขาได้เอามือข้างหนึ่งตบลงบนมืออีกข้างหนึ่ง (เป็นการแสดงความเสียใจ)
พลางพูดว่า “บุคคลที่มีความรู้ดีกว่าผู้คนทั้งหลาย
มีความสุขุมรอบคอบกว่าใครๆ ได้เสียชีวิตไปแล้ว และแน่นอนด้วยการสูญเสียเขา
ประชาชาตินี้
ต้องประสบกับเคราะห์กรรมที่ไม่มีทางจะถูกทำให้ดีขึ้นได้”

          และใน “อัฏฏอบะก๊อต” เช่นเดียวกัน
จากอบูบักรฺ อิบนุ มุฮัมมัด อิบนุ อัมริบนิฮัซมิ กล่าวว่า “เมื่อ อิบนุ อับบ๊าสได้เสียชีวิตลงไปแล้ว รอฟิอฺ อิบนุ คุดัยจฺ
ได้กล่าวว่า “วันนี้ ผู้ที่เสียชีวิตไปนั้น
เป็นบุคคลที่ผู้ที่อยู่ระหว่างทิศตะวันออก และทิศตะวันตก
มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยวิชาความรู้จากเขา”

           ในหนังสือ “อัลอิซตีอ๊าบ” ของอิบนุ
อับดุลบัรริ (เล่มที่ 2 หน้าที่ 344-345) จากมุญาฮิด เขากล่าวว่า “ฉันไม่เคยได้ยินคำชี้ขาดปัญหาศาสนา(ของผู้ใด)
เพียบพร้อมยิ่งกว่าคำชี้ขาดปัญหาของอิบนุ  อับบ๊าส เนื่องจากเขาจะต้องกล่าวว่า
“ท่านร่อซูล  ได้กล่าวว่า”

และยังมีรายงานเช่นเดียวกันนี้ของอัลกอชิม อิบนุ มุฮัมมัด

          อิบนุ กะซี๊ร ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ
ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “อัลบิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ” (เล่มที่ 12 หน้าที่ 88) ว่า “แน่นอน ได้มีรายงานจากท่านอุมัร อิบนุล ค็อฏฏอบ ว่า ท่านได้ให้
อิบนุ อับบ๊าส นั่งร่วมอยู่กับซอฮาบะฮฺอาวุโส และท่านได้กล่าวว่า
“ผู้ที่ให้การอธิบายความหมาย อัลกุรอานที่ยอดเยี่ยมคือ อัลดุลลอฮฺ อิบนุ
อับบ๊าส”
และเมื่อเขาเดินเข้ามา อุมัรฺได้กล่าวว่า
“เด็กหนุ่มผู้มีวัยของผู้ใหญ่ เจ้าของลิ้นที่ชอบสอบถาม
และเจ้าของหัวใจที่มีความเข้าใจเฉียบแหลม”

 ญะอฺฟัร อิบนุ อบีฏอลิบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
ลูกชายของผู้เป็นลุงของท่านนบี 
 

          มีรายงานในซอฮีฮฺ อัลบุคอรีย์
(ฮะดีษเลขที่ 3708) จากฮะดีษ อบี ฮุรอยเราะฮฺ เนื้อหาคือ “คนที่มีจิตใจยอดเยี่ยมที่สุดต่อบรรดาผู้คนที่น่าเวทนาสงสารคือ
“ญะอฺฟัรฺ อิบนุ อบูฏอลิบ” เขาเคยปลุกพวกเราให้ตื่นขึ้นมา
และเลี้ยงอาหารพวกเราเท่าที่มีอยู่ในบ้านของเขา แม้กระทั่งเคยเอาโถใส่เนยออกมา
ซึ่งในโถใส่เนยนั้นไม่มีสิ่งใดอยู่เลย และเขาก็ได้เคาะให้มันแตกออก
และพวกเราก็เลียส่วนที่แตกนั้น”

          อัลฮาฟิซ อิบนุ ฮะญะริน ได้กล่าวไว้ใน
“ชะเราะฮฺ อัลฟัตฮุลบารีย์” (เล่มที่ 7 หน้าที่ 76) ว่า “และคำพูดนี้เป็นการเจาะจง (จำกัดลักษณะข้อเท็จจริง)
จึงต้องนำเอาคำที่ไม่ได้ถูกจำกัดเจาะจง ซึ่งมีรายงานมาจากอิกริมะฮฺ จากอบู
ฮุรอยเราะฮฺมารวมไว้กับคำที่มีการเจาะจงคือ “ไม่มีผู้ใดสวมใส่รองเท้าแตะ
และไม่มีผู้ใดขี่พาหนะหลังจากท่านร่อซูล  ดียิ่งกว่า ญะอฺฟัร อิบนุ อบูฏอลิบ”
(บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ และอัลฮากิม
ด้วยสายรายงานที่แข็งแรงเชื่อถือได้)

          อัซซะฮะบีย์ได้กล่าวถึงท่านญะอฺฟัร
ไว้ในหนังสือ “อัซซิยะริ” (เล่มที่ 7 หน้าที่ 206) ว่า “ผู้ปกครองที่เป็นชะฮีด (ตายในหนทางของอัลลอฮฺ)
ผู้ที่มีฐานะตำแหน่งสำคัญยิ่ง เป็นเอกลักษณ์ของบรรดานักต่อสู้ (ในหนทางของอัลลอฮฺ)
นั้น คือ อบู อับดุลลอฮฺ ลูกชายของผู้เป็นลุงของท่านร่อซูล  อับดุล มะนาฟ อิบนุ อับดุลมุฏฏอลิบ อิบนุ ฮาชิม อิบนุ อับดุมะนาฟ อิบนุ
กุศ็อยฺ อัลฮาชิมีย์ เป็นพี่ชายของท่านอะลีย์ อิบนุ อบี ฏอลิบ
ซึ่งท่านญะอฺฟัรมีอายุแก่กว่าท่านอะลีย์ 10 ปี ท่านญะอฺฟัรได้ทำการอพยพถึงสองครั้ง
และได้อพยพจากประเทศฮะบะชะฮฺ (ประเทศเอธิโอเปีย) ไปยังนครมะดีนะฮฺ
ท่านตามมาพบกับบรรดามุสลิมที่อพยพมา ซึ่งในขณะนั้นพวกเขากำลังรออยู่ที่ตำบล คอยบัร
หลังจากที่ได้มีการอพยพออกมาแล้ว
ท่านญะอฺฟัรได้พำนักอยู่ที่นครมะดีนะฮฺเป็นเวลาหลายเดือน ต่อมาท่านร่อซูล  มีคำสั่งให้ญะอฺฟัรนำกองทหารออกไปทำสงครามที่ “มุอฺตะฮฺ” ทางด้านเชิงเขา
“อัรกัรกุ” และท่านก็ได้ตายชะฮีดที่นั้น ท่านร่อซูล  ได้รับความปลาบปลื้มกับการเดินทางมาพำนัก (ที่นครมะดีนะฮฺ)
ของท่านญะอฺฟัรเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเสียใจ (ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ)
กับการเสียชีวิตของญะอฺฟัร"

          ในหนังสือ “อัตตักรี๊บ” ของ อิบนุ
ฮะญะริน ได้กล่าวไว้ว่า “ญะอฺฟัร อิบนุ อบีฏอลิบ
อัลฮาชิมีย์ คือ บิดาของบรรดาผู้ที่น่าเวทนาสงสาร ผู้มีปีกสองข้าง
เป็นซอฮาบะฮฺผู้ทรงเกียรติ เป็นลูกชายของลุงของท่านร่อซูล  ตายชะฮีดในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ ในปีที่ 8 แห่งฮิจเราะฮฺศักราช
ได้มีการระบุชื่อของท่านญะอฺฟัรไว้ในซอฮีฮฺทั้งสอง (อัลบุคอรีย์ และมุสลิม)
ในรายงานของท่านทั้งสองระบุไว้ว่า “ที่มีผู้ขนานนามท่านญะอฺฟัรว่า
“เจ้าของปีกทั้งสองข้าง”
ก็เพราะว่าปีกทั้งสองข้างถูกนำมาทดแทนมือของท่านขณะที่ได้ถูกตัดขาดจากร่างของท่านในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ
แล้วท่านก็ใช้ปีกทั้งสองข้างนั้น บินอยู่กับบรรดามลาอิกะฮฺบนฟ้า

         
ดังปรากฏอยู่ในบันทึกของซอฮีฮฺอัลบุคอรีย์ (ฮะดีษเลขที่ 3709)
ด้วยสายรายงานของอัลบุคอรีย์ สืบถึงอัชชะอฺบีย์"

          “อับดุลลอฮฺ
อิบนุ อุมัรฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา เมื่อกล่าวให้สลามแก่ลูกชายของญะอฺฟัร
เขากล่าวว่า ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่านเถิด โอ้!
ลูกชายของผู้มีปีกทั้งสองข้าง”

          ท่านอัลฮาฟิซได้กล่าวไว้ใน
“ชัรฮุลบุคอรีย์” ว่า “เหมือนกับว่าเป็นการบ่งชี้ถึงฮะดีษของอับดุลลอฮฺ อิบนุ
ญะอฺฟัร ที่กล่าวว่า ท่านร่อซูล  ได้กล่าวแก่ฉันว่า
“ขอให้ความสุขความสำราญจงเป็นของท่านเถิด
บิดาของท่านกำลังบินอยู่กับบรรดามลาอิกะฮฺบนท้องฟ้า”
(บันทึกโดย อัฏฏ็อบรอนีย์
ด้วยสายรายงานที่ฮะซันถูกต้อง)

          แล้วหลังจากนั้น
อัลฮาฟิซยังได้ระบุสายรายงานอื่นๆอีก จากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ ท่านอะลีย์และท่านอิบนุ
อับบ๊าส และได้ระบุข้อความที่มีอยู่ในสายรายงานหนึ่งจากท่านอิบนุ อับบ๊าส ว่า
:

          “แท้จริง
ญะอฺฟัรกำลังบินอยู่กับญิบรีล และมีกาอีล โดยที่เขามีปีกอยู่สองข้าง
ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงประทานให้เพื่อทดแทนมือทั้งสองข้างของเขา”(อัลฮาฟิซกล่าวว่าสายสืบนี้เชื่อถือได้(ญัยยิด))

 อับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา ลูกชายของลูกชาย
(หลานชาย) ของผู้เป็นลุงของท่านร่อซูล
 

          มีระบุอยู่ในซอฮีฮฺมุสลิม (ฮะดีษเลขที่
2428) จากอับดุลลอฮฺ อิบนุ ญะอฺฟัร กล่าวว่า :

          “ท่านร่อซูล
 นั้น เมื่อกลับมาจากการเดินทาง
ท่านจะต้องไปพบกับบรรดาเด็กๆ ในวงศ์วานของท่าน
ตัวท่านจะถูกนำออกมาต้อนรับ(อับดุลลอฮฺ)กล่าวว่า และเมื่อท่านนบีเดินทางกลังมา
ฉันจะต้องถูกนำไปหาท่านเป็นคนแรก แล้วท่านก็จะอุ้มฉันให้นั่งข้างหน้าท่าน
แล้วหลังจากนั้นก็จะมีผู้นำเอาลูกชายหนึ่งในสองคนของท่านหญิงฟาฎิมะฮฺมาหาท่าน
แล้วท่านก็อุ้มมานั่งด้านหลังท่าน ท่าน(อับดุลลอฮฺ) กล่าวว่า
เราทั้งสามคนนั่งอยู่บนหลังพาหนะของท่านนบี
และถูกพาเข้ามาในเมืองมะดีนะฮฺ”

 
          อัซซะฮะบีย์
ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ ได้กล่าวถึงอับดุลลอฮฺไว้ในหนังสือ “อัซซิยะริ” (เล่มที่ 3 หน้าที่
456) ว่า “ผู้นำที่มีความรอบรู้คือ อบู ญะอฺฟัร
อัลกุรอชียุ อัลฮาชิมียุ มีเอธิโอเปียเป็นแหล่งกำเนิด มีนครมะดีนะฮฺเป็นแหล่งอาศัย
เป็นผู้มีจิตใจเมตตากรุณา เป็นลูกของผู้มีจิตใจเมตตากรุณา
เป็นเจ้าของปีกทั้งสองข้าง เขาอยู่กับท่านร่อซูล  เป็นซอฮาบะฮฺ และมีการรายงานฮะดีษ
มีซอฮาบะฮฺรุ่นเยาว์ประเภทเดียวกันกับเขาที่มีอายุน้อยมีเป็นจำนวนมาก
บิดาของเขาตายชะฮีดในสมรภูมิมุอฺตะฮฺ และท่านร่อซูลได้อุปการะเลี้ยงดูเขามา
แล้วเขาได้เติบใหญ่ขึ้นมาภายใต้การคุ้มครองดูแลของท่านร่อซูล  "

          อัซซะฮะบีย์กล่าวไว้เช่นเดียวกันว่า
“เขาเป็นผู้ที่มีฐานะหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่
เป็นคนที่ใจบุญศุลทาน มีเมตตา กรุณา
เหมาะสมต่อการเป็นผู้ปกครอง”

          และในหนังสือ “อัรริยาฎุลมุซตะฏอบะฮฺ”
ของอัลอามิรีย์ (หน้าที่ 205) ระบุว่า “อะบาน
อิบนุ อุสมาน ได้ละหมาด (ญะนาซะฮฺ) ให้แก่ท่าน (อัลดุลลอฮฺ)
ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นผู้ปกครองนครมะดีนะฮฺและได้แบกแคร่ที่มีร่างของเขา
(อับดุลลอฮฺ) อยู่ด้วยน้ำตาที่ไหลรินออกมา แล้วเขา (อะบาน) ก็กล่าวว่า
“ขอสาบานต่อัลลอฮฺว่า ท่านเป็นคนดี ไม่มีความไม่ดีใดๆในตัวของท่านเลย
และขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ท่านเป็นคนที่มีเกียรติ มีความประเสริฐ
มีคุณธรรมความดีงามมากมาย”

 บรรดาซอฮาบะฮฺบางท่าน
ที่มาจากวงศ์วานของท่านร่อซูล
 

 – อบูซุฟยาน เนาฟัล รอบีอะฮฺ และอุบัยดะฮฺ
เป็นคนตระกูล อัลฮาริษ อิบนุ อับดุลมุฏฏอลิบ
 – อับดุบมุฏฏอลิบ อิบนุ รอบีอะฮฺ
อิบนุ ฮาริษ อิบนุ อัลดุลมุฏฏอลิบ
 – อัลฮาริษ และอัลมุฆีเราะฮฺ
ทั้งสองเป็นลูกชายของเนาฟัล อับนุ ฮาริษ อิบนุ อัลดุลมุฏฏอลิบ
 – ญะอฺฟัร
และอับดุลลอฮฺ ทั้งสองเป็นลูกชายของอบูซุฟยาน อิบนุ ฮาริษ อิบนุ
อับดุลมุฏฏอลิบ
 – มุอัตติบ และอุตบะฮฺ ทั้งสองเป็นลูกชายของอบูละฮับ
อับดุลอุซซา อิบนุ อัลดุลมุฏฏอลิบ
 – อัลฟัฏลฺ และอุบัยดิลลาฮิ
ทั้งสองป็นลูกชายของอัลอับบ๊าส อิบนุ อับดุลมุฏฏอลิบ