ยามได้มองครั้งแรก
(หลุมพรางของหัวใจและความใคร่)

จงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาผู้เป็นชายทั้งหลายให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้รักษาอวัยวะเพศของพวกเขาไว้ นั่นจะเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งสำ หรับพวกเขาทั้งหลาย แท้จริงอัลลอฮทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำโดยแน่ และจงกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาผู้เป็นหญิงทั้งหลายให้พวกนางลดสายตาของพวกนางลงต่ำ และให้รักษาอวัยวะเพศของพวกนางไว้เช่นกัน” (

ความหมายจากสูเราะฮฺ อันนูรฺ อายะฮฺที่ 30-31)

ท่านที่มีดวงตาทั้งหลาย คงจะซาบซึ้งถึงนิอฺมัตการมองเห็นที่อัลลอฮฺได้ประทานให้เขา ดวงตาอันเป็นอวัยวะที่บอกถึงเสน่ห์ของแต่ละคนได้ ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นคุณค่าให้กับมนุษย์ ในขณะเดียวกันในความลับของดวงตายังมีสิ่งที่เลวร้ายซ่อนเร้นอยู่อีกด้วยเช่นกัน โองการอัลกุรอานข้างต้น เป็นคำสั่งแห่งองค์อภิบาลให้เราท่านทั้งหลายจัดการควบคุมดวงตาให้ลดสายตาหรือหรี่ตาลงต่ำ เราอาจจะอธิบายโดยใช้คำว่า คำสั่งห้ามไม่ให้เปิดดวงตามองอะไรแบบพร่ำเพรื่อมุทะลุ อย่างนี้ก็คงจะไม่ผิดอัลกุรอานไม่ได้บอกว่า ให้เราลดสายตาของเราลงเมื่อใด นั่นชี้ให้เห็นว่า ทุกสิ่งที่สามารถนำภัยมาสู่ สายตา ความคิด หัวใจที่เป็นตัวคอยควบคุมตา หรืออามัลฺที่ดี

(ซึ่งบางอย่างจำต้องพึ่งตา) ย่อมต้องถูกสั่งห้าม ไม่ให้มองทั้งสิ้นทีนี้ก็มาถึงคำถาม อะไรบ้างล่ะที่เป็นตัวนำความวินาศมาให้เราได้ ? และเป็นสิ่งที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้มอง ? คำตอบก็คือ มีอยู่หลายอย่าง นับแทบจะไม่หมดด้วยซ้ำ แต่อยากให้เราลองกลับไปดูโองการข้างต้นอีกครั้ง อัลกุรอานยังกำชับอีกว่า ให้พวกเขารักษาอวัยวะพึงสงวนของพวกเขา ความหมายก็คือ ให้ป้องกัน อย่าได้ละเมิดการกระทำทางเพศที่ผิดต่อบทบัญญัติของศาสนา มาถึงตรงนี้เราคงจะมองออกว่า ระหว่างคำสั่ง ให้ลดกับคำสั่ง ให้ป้องกันนั้นมีความสัมพันธ์กัน สรุปก็คือ การมองดูอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศ หรือความต้องการที่จะปลดปล่อยอารมณ์ที่คลั่งอยู่ภายในให้หมดไป ถือว่าเป็นของต้องห้ามทั้งสิ้นความปรารถนาที่จะมีคู่ชีวิตและความต้องการทางเพศ เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺประทานมาให้เป็นธรรมชาติสำหรับมนุษย์ตั้งแต่เกิด เราเองก็พบว่า อิสลามได้สนับสนุนความต้องการนี้ แต่นั่นก็มีขอบเขตของมันซึ่งเป็นการเพียงพอแล้วที่จะใช้ดับไฟอารมณ์ของหัวใจ
ในสูเราะฮฺ อันนิสาอฺ อายะฮฺที่ 3 อัลกุรอานระบุไว้มีใจความว่า

ดังนั้นจงแต่งงานกับหญิงที่ดีสำหรับสูเจ้า สองคน สามคนหรือสี่คน ถ้าเกรงว่าพวกเจ้าจะไม่ยุติธรรม ก็จงมีแต่หญิงเดียว

ปัญหาอีกข้อหนึ่งก็คือ คนที่ไม่สามารถหรือยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเล่าจะทำอย่างไร ? คำตอบของคำถาม อิสลามได้บอกทั้งวิธีรักษาและป้องกันให้เราได้รู้ไว้ด้วย วิธีรักษาก็คือ พยายามถือศีลอดให้บ่อยเพราะการอดอาหารมีส่วนลดความต้องการและความรู้สึกทางเพศด้อย่างมาก ส่วนวิธีป้องกัน ก็คือ โองการอัลกุรอานข้างต้นอีกนั่นแหละ คำสั่งให้ลดสายตาลงต่ำ ทำไมต้องมีคำสั่งแบบนี้ด้วย สายตามันเกี่ยวข้องอะไรด้วยกับความต้องการทางเพศ ?
ใช่ แน่นอนการมองด้วยตาเป็นสาเหตุใหญ่และคงเป็นสาเหตุแรกด้วยซ้ำที่ปลุกอารมณ์ให้ลุกพล่านจนบังคับไม่อยู่
ดวงตาคือประตู
ด่านแรกที่รับเอาภาพต่างๆ ที่มองเห็น แล้วจัดการส่งไปให้สมองคิด ถึงตรงนี้ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางความคิดขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น อาจจะเกิด
อาการเหม่อลอย ขี้เกียจและเชื่องช้า บางทีอาจจะเครียด หรือไม่ก็เฮฮาจนเกินไปอะไรทำนองนี้ ที่เลี่ยงเสียไม่ได้ก็คือ อากัปกิริยาเหล่านี้จะมีผลต่อความรู้สึกทางใจด้วย ถ้าสะสมมากเกินไป โรคนี้สามารถทำให้คนเสียคนได้เหมือนกัน การป้องกันด้วยการลดสายตาจากการมองสิ่งยั่วยวน
จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วย
สีสันของการแต่งกายโป๊เปลือยเปิดส่วนที่พึงปกปิดให้คนอื่นเห็นภายใต้ข้ออ้าง
แฟชั่นใหม่ที่ทันสมัย

สิ่งที่อิสลามสั่งให้ลดสายตาจากการมอง

ในบรรดาสิ่งต้องห้ามที่อิสลามกำหนดให้ลดสายตาลงจากการมองคือ

ผู้หญิงที่อนุญาตให้แต่งงานกันได้
ท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีใจความว่า
ไม่มีฟิตนะฮฺ(การทดสอบ)ใดที่หลงเหลือหลังจากที่ฉันตายแล้วจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้ชาย มากไปกว่าฟิตนะ
ฮฺผู้หญิง
(รายงานโดย อัลบุคอรีย์ 9096)

เด็กผู้ชายที่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม
ครั้งหนึ่งมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีได้เข้าไปหาท่านซุฟยาน อัซเษารีย์ พอท่านเห็น ท่านก็บอกว่า
"เอาเขาออกไปจากฉัน แท้จริงฉันพบว่ามีชัยฏอนหนึ่งตนอยู่กับผู้หญิง แต่กับเด็กชายหน้าตาดีมีชัยฏอนอยู่ถึง 17 ตนเลยทีเดียว"
(ดู อัลอุลวาน,อับดุลลอฮฺ นาศิฮฺ.
ตัรบิยะตุล เอาลาด ฟิล อิสลาม(การอบรมบุตรในอิสลาม). 2 : 400)
อันนัคอีย์ กล่าวว่า "พวกเขาอยู่ในฐานะผู้หญิง" (ดู อิบนุ อัลก็อยยิม. เราเฏาะตุล มุหิบบีน วะ นุซฮะตุล มุชต๊ากกีน. หน้า75)

ส่วนผู้หญิงก็ต้องลดสายตาจากการมองเพศตรงข้ามเช่นกัน
โดยใช้หลักฐานคือโองการอัลกรุอานข้างต้น

ภัยจากการมองแบบพร่ำเพรื่อ

ในหะดีษฺของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม มีว่า
ถูกกำหนดให้ลูกหลานอาดัม(มนุษย์ทุกคน)ต้องพบกับการทำซินาหรือการประพฤติผิดทางเพศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สองตาทำซินาด้วยการมอง สองหูทำซินาด้วยการฟัง ลิ้นซินาของมันคือการพูด มือก็ทำซินาด้วยการจับต้อง เท้าทำซินาด้วยการเดินไปหา หัวใจทำซินาด้วยการแสดงอารมณ์และความต้องการ อวัยวะเพศจะทำเป็นผู้ที่ทำให้มันเป็นจริงหรือยกเลิก(รายงานโดย มุสลิม 6696)

จากหะดีษฺข้างต้น เราพบว่าการมองด้วยตาเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้อวัยวะอื่นต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วย เพราะหะดีษฺเริ่มจากดวงตาก่อนแล้วนับไปจนถึงหัวใจ
บางคนกระวนกระวายเพราะอยากมอง แต่พอมองแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้น ซ้ำการมองสิ่งที่เราต้องการแต่เอามันมาไม่ได้ จะเพิ่มความทุกข์ให้กับหัวใจมากขึ้นไปอีก
ถ้าหากการมองนำไปสู่ความคิดและการกระทำที่เป็นบาป จะมีผลต่อหัวใจคือจะมีจุดดำสะสมขึ้น เป็นสาเหตุให้ห่างไกลจากความบะเราะกัต(ความจำเริญ)
การจ้องมองผู้อื่นโดยเฉพาะเพศตรงข้าม เป็นการเสียมารยาทไม่ใช่บุคลิกภาพของมุอฺมินผู้คิดใคร่ครวญเป็น
การมองอาจจะเป็นตัวนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ และนินทาลับหลังคนอื่น และแน่นอนทั้งหมดนี้ย่อมต้องเป็นบาปใหญ่

ผลดีของการลดสายตา

หัวใจจะเข้มแข็ง เป็นการฝึกให้รู้จักอดทนต่อสิ่งยั่วยวนที่สามารถชักนำไปสู่การกระทำที่เป็นบาปทั้งหลาย
ชัยชนะที่สามารถหักห้ามใจได้ ทำให้เกิดความสุข เป็นความสุขที่ได้รสชาติกว่าความสุขจากการทำบาปเป็นหลายเท่านัก
ปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากความเจ็บปวดทางใจ และความต้องการทางอารมณ์ที่ไม่สิ้นสุด
กำ จัดโรคใจลอย อันเป็นสาเหตุของความขี้เกียจและไม่กระตือรือร้น หรือโรคเมารักนั่นเอง อัลกุรอานระบุถึงพวกของนบีลูฏ ซึ่งรักชอบร่วมกับเพศเดียวกันมีใจความว่า
ขอสาบานด้วยชีวิตของเจ้าโอ้มุหัมมัด แท้จริงพวกเขาอยู่ในความมึนเมาหลงทาง(ความหมายจาก สูเราะฮฺ อัลหิจรฺอายะฮฺที่ 72) นั่นคือไม่สนต่อการเสื่อมเสียเกียรติ
แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้เหตุผลใคร่ครวญไตร่ตรอง และแยกแยะสิ่งถูกผิด
เป็นการป้องกันการล่วงผิดทางเพศซึ่งเป็นบาปใหญ่ มีโทษหนัก ทั้งยังเป็นที่ชิงชังของทุกคน
เป็นการรักษาชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของตัวเองและวงศ์ตระกูล

บทสรุป

อัลกุรอานได้สั่งเพียงให้เราลดสายตาลงต่ำ ไม่ได้สั่งให้ปิดตาจนสนิทไปเลย เพราะเราจำเป็นต้องใช้มัน คำสั่งให้ลดสายตาเองก็ถูกใช้เฉพาะในกรณีที่ต้องห้ามเท่านั้น
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ในสังคมโดยเฉพาะปัญหาการล่วงผิดทางเพศ ไปจนถึงปัญหาอาชญากรรม กระทำชำเรา การข่มขืน ที่ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากจุดเล็กๆ ที่บางคนอาจจะคิดไม่ถึง
อิสลามได้นำเอาวิถีทางที่ครอบคลุมทุกอิริยาบถการดำเนินชีวิตมาให้มนุษย์ เป็นการยากที่เราจะพบเห็นในบทบัญญัติของคำสอนอื่น นี่เป็นหลักฐานอันชัดแจ้งถึงความเที่ยงแท้หนึ่งเดียวของอิสลาม

คำสั่งแห่งองค์อภิบาลจะยังคงอยู่ไปจนถึงวันสิ้นโลก รอคอยผู้ที่จะมายึดใช้มันเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
ปัญหาไม่ได้อยู่
ที่ว่าเราทำมันได้หรือไม่
แต่ปัญหามันคือ เราจริงจังและจริงใจแค่
ไหนที่จะปฎิบัติตาม
?