รายงากจากอนัส อิบนิ มาลิก รอฏิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า “พวกเขาไม่มีสุราชนิดใดนอกจากสุราที่ทำจากองุ่นหรืออินทผาลัมที่พวกเขาทั้งหลายเรียกว่า “อัลฟะฎีค” ฉันเป็นผู้บริหารคอยรินสุรานี้ให้แก่ อบูฏอลฮะฮฺ และอบูอัยยูบ และอีกหลายท่านจากบรรดาสาวกของท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมอยู่ที่บ้านของเรา ครั้นเมื่อมีชายคนหนึ่งมาบอกว่า “พวกท่านทั้งหลายทราบข่าวสำคัญแล้วหรือยัง?” พวกเขากล่าวว่า “ยังไม่ทรายเลย” ชายคนนั้นก็บอกว่า “แท้จริงสุรานั้นได้ถูกห้ามแล้ว”  และเขากล่าวว่า”โอ้อนัส ขอให้ท่านเทไหสุราใบใหญ่นั้นเสียเถิด” อนัสเล่าว่า “พวกศอหาบะฮฺก็ไม่ได้ดื่มมันอีกและไม่ได้ถามหาสุรานั้นอีกเลย หลังจากที่ได้ทราบข่าวการห้ามสุราจากชายคนนั้นแล้ว” (บันทึกโดยมุสลิม อยู่ในเรื่องเครื่องดื่ม)
       ทั้งๆที่สุรานั้นนับได้ว่าเป็นเครื่องดื่มสำคัญในชีวิตของชาวอาหรับในขณะนั้นอย่างมาก และเป็นที่นิยมดื่มกันอย่างแพร่หลายในสังคม ยิ่งไปกว่านั้น ยังถือว่าเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผู้ที่ได้ดื่มมัน หรือที่ประชุมใดที่มีสุรานี้เป็นเครื่องดื่ม เราต่างก็ทราบกันดีว่า ผลของการดื่มสุรานั้นจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ดื่มมันอย่างไรบ้าง และเป็นการยากลำบากที่จะถอนตัวเลิกจากการดื่มสุราได้ หลังจากที่ได้ดื่มจนติดเป็นนิสัยแล้ว ยกเว้นบรรดาศอหาบะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุม ซึ่งเมื่อข่าวการห้ามดื่มสุรามาถึงพวกเขาแล้ว พวกเขาก็เทสุรานั้นทิ้งจนหมด โดยไม่ได้เสียใจและไม่ได้เสียดายแต่อย่างใดเลย จนมันไหลนองไปตามบ่อตามลำธารในเมืองมะดีนะฮฺ และเขาเหล่านั้นก็เลิกดื่มมันได้ในทันที โดยไม่ได้กลับไปแตะต้องมันอีกเลย