อิบนุอิสหากได้รายงานจากท่าน อาศิม อิบนุอุมัร อิบนุเกาะตาดะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่า“หลังจากสงครามอุฮุดแล้ว ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งจากเผ่าอัฎลินและเผ่าอัลกอเราะฮฺ มาหาท่านรอซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และกล่าวว่า “โอ้ท่านรอซูลแห่งอัลลอฮ ในหมู่พวกเรานี้มีอิสลามแพร่เข้าไปถึงแล้ว ดังนั้น ขอให้ท่านจัดส่งคณะบุคคลจากศอหาบะฮฺของท่าน ร่วมเดินทางไปกับพวกเราด้วยเถิด เพื่อจะได้ให้ความเข้าใจกับพวกเราในเรื่องศาสนา และสอนพวกเราให้อ่านอัลกุรอาน และสอนพวกเราในเรื่องบัญญัติของศาสนาอิสลาม”

                ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้จัดส่งบุคคลคณะหนึ่งจำนวน 6 คน จากบรรดาศอหาบะฮฺร่วมเดินทางไปกับคณะผู้แทนกลุ่มนั้น ท่านนบีได้ประกาศชื่อพวกเขาทั้งหมดให้ทราบ แล้วพวกเขาก็ออกเดินทางพร้อมกับคณะผู้แทนนั้น จนกระทั่งมาถึงสภานที่ที่ชื่อ “อัรรอเญียะอฺ” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำของเผ่าฮุซัยลิน อยู่ทางด้านฮิญาซ แถบศุดูรุลฮัด พวกคณะผู้แทนก็หักหลังพวกศอหาบะฮฺทั้งหกทันที พวกเขาตะโกนเรียกเผ่าฮุซัยลินให้จัดการกับศอหาบะฮฺทั้ง 6 คน พวกเขาเผ่าฮุซัยลินไม่ยอมละเว้น ทั้งๆที่พวกศอหาบะฮฺทั้งงหกกำลังอยู่บนพาหนะก็ตาม ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพร้อมด้วยดาบครบมือเตรียมจะเข้าทำร้าย ศอหาบะฮฺทั้งหกจึงชักดาบออกมาเพื่อป้องกันตัว พวกเขาเหล่านั้นกล่าวขึ้นว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮว่า พวกเราไม่ต้องการสังหารพวกท่าน เพียงแต่ว่าพวกเราจะให้พวกท่านได้พบกับบางสิ่งบางอย่างจากพวกกุรอยช และสำหรับพวกท่านมีสัญญาและข้อผูกพันของอัลลอฮอยู่ว่า เราจะไม่สังหารพวกท่าน” มุรษิต , คอลิด อิบนุบะกี และ อาศิม อิบนุษาบิต รอฎิยัลลอฮุอันฮุม ก็กล่าวต่อไปว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮว่า พวกเราจะไม่ขอรับการมีสัญญาและข้อผูกพันใดๆกับพวกมุชริกเป็นอันขาด” แล้วพวกเขาก็เข้าทำการต่อสู้กันอย่างกล้าหาญ จนในที่สุด สามคนก็ถูกสังหารหมด

                ส่วนคุบัยบฺ , ซัยดฺ อิบนุอัลดัษนะฮฺ และอับดุลลอฮ อิบนุฏอริกนั้น มีท่าทางสงบเสงี่ยม พวกเขาทั้สามต้องการมีชีวิตรอด จึงยอมให้จับเป็นเชลย ต่อจากนั้น พวกมุชริกีนก็ได้พาพวกเขาทั้งสามคนออกเดินทางไปยังมักกะฮฺ เพื่อเอาไปขาย ณ ที่นั้น เมื่อเดินทางมาถึงตำบัลอัซเซาะรอน อับดุลลอฮ อิบนุฏอริก ก็สามารถแก้มัดของเขาเองได้ แล้วคว้าดาบขึ้นมาหวังจะสู้ตาย แต่ถูกพวกมุชริกแอบเข้ามาทางข้างหลังแล้วช่วยกันเอาก้อนหินขว้างเขาจนถึงแก่ความตาย ศพของเขาถูกฝังอยู่ที่ อัซเซาะรอน นั่นเอง

                ส่วนคุบัยบฺ อิบนุอะดียฺ กับซัยดฺ อิบนุอัดดัษนะฮฺนั้น ถูกนำตัวเข้ามักกะฮฺ ทั้งสองคนถูกขายให้กับชาวกุรอยชที่มักกะฮฺ โดยแลลกกับเชลยเผ่าฮุซัยลินในมักกะฮฺสองคน ฮุญัยร อิบนุอะบีอิฮาบ อัตตะมีมี ได้ซื้อตัวคุบัยบฺเอาไว้ ส่วนซัยดฺ อิบนุอัดดัษนะฮฺนั้น ศ็อฟวาน อิบนุอุมัยยะฮฺ ได้ซื้อตัวเอาไว้เพื่อฆ่าล้างแค้นแทนพ่อของเขา ศ็อฟวานได้ส่งซัยดฺให้กับทาสของเขาคนหนึ่งชื่อ นิสฎอส ให้นำตัวเขาไปที่ อัตตันอีม และสั่งให้พาออกไปนอกเขตแผ่นดินหะรอมเพื่อสังหารที่นั่น และที่นั่น ได้มีชายกุรอยชกลุ่มหนึ่งมาชุมนุมกันอยู่ โดยมีอบูซุฟยาน อิบนุฮัรบ รวมอยู่ด้วย เขากล่าวกับซัยดฺในขณะที่จะถูกสังหารว่า “ฉันขอส่งเสริมเจ้าด้วยพระนามของอัลลอฮ โอ้ซัยดฺ เจ้าชอบที่จะเห็นมุฮัมหมัดถูกเราฟันคอในขณะนี้ โดยที่เจ้าอยู่อย่างสบายกับครอบครัวของเจ้า จะเอาไหม?” ซัยดฺตอบว่า “ข้อขอสาบานต่ออัลลอฮว่า ข้าไม่ต้องการให้มุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม ซึ่งอยู่ในที่ที่เขากำลังอยู่ในขณะนี้ ต้องได้รับอันตราย โดยที่ข้าอยู่อย่างสบายกับครอบครัวของข้า” อบูซุฟยานกล่าวว่า “ฉันไม่เคยพบมนุษย์คนไหนรักคนๆหนึ่ง เหมือนกับที่พวกศอหาบะฮฺรักมุฮัมหมัดเลยจริงๆ” หลังจากนั้นนิสฏอสก็ได้สังหารซัยดฺ

                ขอให้ท่านพิจารณาดูเถิดว่า คำพูดของซัยดฺที่พูดกับอบูซูฟยานว่า “ข้าขอสาบานต่ออัลลอฮว่า ข้าไม่ต้องการให้มุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งอยู่ในที่ที่เขากำลังอยู่ในขณะนี้ได้รับอันตรายใดๆ โดยที่ข้าจะอยู่อย่างสุขสบายกับครอบครัวของข้า” นั้น จะเห็นว่า ยังจะมีความรักความสงสารอันใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักอันนี้อีกหรือ ?(มีต่อ…)