คุณเคยมีเพื่อนไหม?

                ตลอดชีวิตที่ผ่านมาคุณเคยมีเพื่อนกี่คน?

                หากคุณลองนั่งนับจำนวนเพื่อนตลออชีวิตที่ผ่าน
ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย คุณจะพบว่าคุณมีเพื่อนมากทีเดียว ยิ่งถ้าหากคุณเปลี่ยนโรงเรียนบ่อยๆด้วยแล้ว
คุณอาจจะนับจำนวนเพื่อไม่หวาดไม่ไหวเลยเชียวหล่ะ

                ฉันเองเคยคิดจะลองนับเหมือนกัน
ด้วยเป็นคนที่ย้ายโรงเรียนค่อนข้างบ่อย 
ตั้งแต่อนุบาลจนจบประถม
6 ที่หนึ่ง
มัธยมต้นที่หนึ่ง ส่วนมัธยมปลายก็อีกที่หนึ่ง จึงอาจพูดได้ว่าเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะมากทีเดียว

                แต่ขณะเดียวกันฉันก็ทำเพื่อนหล่นหายไปมากมายเช่นกัน

                หลายคนที่ฉันเคยต้องมารับโทรศัพท์เพื่อฟังคำบ่นของเพื่อนเก่าๆถึงการไม่ค่อยติดต่อกลับไป
หรือการหนีการพบปะมีตติ้งสมัยมัธยมม
.ปลายอย่างช่วยไม่ได้
ซึ่งอันที่จริงฉันไม่ได้หนีหรือเบื่อเพื่อนเก่าๆหรอก
เพียงแต่การที่เราโตขึ้นเรื่อยๆ ภาระเพิ่มขึ้น เวลาสำหรับการกลับไปคุยเรื่องเก่าๆ
หรือเรื่องใหม่ ของเพื่อนเก่าๆมันจึงมีน้อยลงๆอย่างไม่รู้ตัว

                เอนี่ฉันกำลังหาข้อแก้ตัวรึเปล่าน่ะ?

                เพราะขณะที่ในช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัย
สังคมรายรอบฉันที่มีมุสลิมมากขึ้นกว่าเดิม
อาการทิ้งหรือห่างเพื่อนหลังจากการจบมหาวิทยาลับไปแล้วกลับน้องลงอย่างเห็นได้ชัด

                แล้วฉันก็ได้พบว่ามันไม่ใช่ข้อแก้ตัวหรอก
เมื่อฉันพบว่าตัวเองใส่ใจกับเพื่อนกลุ่มนี้มากขึน
แม้จบไปแล้วแต่เราก็ยังคงติดต่อกันอยู่ การปรึกษาปัญหาที่แต่ละคนต้องเจอยังคงสม่ำเสมอ
และการตักเตือนกันและกันยังใช้ได้ผลเหมือนเมื่อวันที่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย
ซึ่งเหตุผลสำคัญก็คือ เพราะเพื่อนเหล่านี้ที่ยังคงรักษาไว้ คือ
เพื่อนคอบตักเตือนให้ความรู้ศาสนาซึ่งกันและกันและช่วยเหลือในการตักเตือนให้ความรู้ศาสนาแก่ผู้อื่น

                ศอหาบะฮฺอย่างท่านมุอ๊าซ อิบนิ
ญะบัลก็มีมิตรเช่นนี้เช่นกัน

                ท่านมุอ๊าซเป็นหนึ่งในมิตร 72 ท่านที่ให้สัตยาบันกับท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล) หลังจากนั้นท่านได้เดินทางกลับไปมะดีนะฮฺเพื่อเผยแผ่อิสลาม!!

                ท่านร่วมมือกับเพื่อนๆในวัยเดียวกับท่านซึ่งมีอายุยังน้อยเผยแผ่อิสลามแก่คนทั่วไป
และรวมถึงท่านอัมรที่ยึดเอารูปปั้นที่ชื่อว่า มะนาฮฺ เป็นพระเจ้า

                ท่านมุอ๊าซได้นำรูปปั้นไปทิ้งที่กองขยะในตอนกลางคืนขณะที่ท่านอัมรหลับอยู่
เมื่อท่านอัมรตื่นมาและพบสภาพของรูปปั้นของท่าน ท่านโกรธมาก
แต่คืนหลังจากนั้นท่านมุอ๊าซก็ทำเช่นนั้นอีก

                เมื่อท่านอัมรตื่นมาพบก็กล่าวว่า โอ้มะนาฮ ขอสาบานด้วยอัลลอฮว่า หากฉันรู้ว่าใครทำกับเจ้า
ฉันจะทำให้เขาได้รับความอัปยศ

                หลังจากนั้น
ท่านมุอ๊าซกระทำเช่นนี้อีกหลายครั้ง จนกระทั่งครั้งสุดท้าย
ท่านอัมรนำดาบห้อยไว้ที่รูปปั้นด้วย และท่านมุอ๊าซก็นำรูปปั้นไปทิ้งที่กองขยะเช่นเดิม
เมื่อท่านอัมรพบเช่นนั้น ก็กล่าวกับรูปปั้นนั้นว่า
หากว่าเจ้าเป็นพระเจ้าจริง
คงจะไม่มีสภาพดังเช่นที่เป็นอยู่นี้เป็นแน่

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านอัมรก็เข้ารับอิสลาม

                และหากกล่าวว่า
เพื่อนที่ดีคือเพื่อนที่ตักเตือนในเรื่องจองความตายเสมอ ท่านนบีมุฮัมหมัดและท่านมุอ๊าซก็เป็นมิตรที่ดีต่อกัน

                เช้าวันหนึ่ง ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล) ได้ถามท่านมุอ๊าซว่า โอ้มุอ๊าซ
เช้าวันนี้ท่านมีความสุขมากน้อยเพียงใด?

                เขาตอบว่า เช้าวันนี้ฉันมีความรู้สึกเป็นมุอฺมินที่ศรัทธาอย่างแท้จริงครับ
ท่านรอซูลุลลอฮ
!”

                ท่านนบีมุฮัมหมัด ถามเข้าต่อไปว่า
ทุกๆความจริงย่อมมีข้อเท็จจริงของมัน ดังนั้น
ข้อเท็จจริงแห่งการศรัทธาของท่านเป็นอย่างไร?

                มุอ๊าซได้ตอบว่า เมื่อฉันคื่นมาในเวลาเช้า ฉันไม่เคยคิดเลยว่า
ฉันจะมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเย็น และเมื่อฉันมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเย็น ฉันก็เคยคิดเลยว่า
ฉันจะมีชีวิตอยู่ถึงเวลาเช้า ฉันไม่เคยก้าวเท้าไป ณ
สถานที่ใดก็ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ก้าวเท้าไปอีกหรือไม่?
และเสมือนกับว่าฉันได้มองไปยังกลุ่มชนที่อยู่ในสภาพคุกเข่าที่ถูกเรียกไปดูบันทึกของตน
และเสมือนกับว่าฉันเห็นชาวสวรรค์อยู่ในสวรรค์ในสภาพที่เป็นสุข และชาวนรกอยู่ในนรกในสภาพที่ถูกลงโทษ

                ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล) จึงได้กบ่าวกับเขาว่า ท่านรู้จักข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว
ดังนั้นจงยึดมั่นต่อไปเถิด

                เมื่อครั้งที่ท่านรอซูล(ศ.ล) ส่งท่านมุอ๊าซไปแผนแผ่ศาสนาที่ยะมัน

                ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล) รู้ตัวดีว่าจะไม่ได้พบกับท่านมุอ๊าซอีก ท่านรอซูล(ศ.ล)จึงกล่าวกับท่านมุอ๊าซว่า โอ้มุอ๊าซ
เธออาจจะไม่ได้พบฉันอีกหลังจากปีนี้ และเธออาจะต้องเดินผ่านมัสญิดและกูโบร์ของฉัน

                โอ้มุอ๊าซ
ที่จริงผู้ที่เป็ฯนมิตรกับฉันหรือผู้ที่ใกล้ชิดกับฉันนั้น คือ บรรดาผู้ศรัทธา
ไม่ว่าเขาจะอยู่ ณ ที่แห่งใดหรือจะมีสภาพเช่นใดก็ตาม

                เปล่าเลย
ฉันไม่ได้บอกให้คุณทิ้งเพื่อนผู้ไม่ศรัทธา แล้วหันมาคบหาเพื่นอผู้ศรัทธาเท่านั้น
เพราะขนาดท่านอัมรเองก็กลายเป็นผู้ศรัทธาได้
เพราะการดะอฺวะฮฺของท่านมุอ๊าซในที่สุด
แต่เพื่อนที่คุณให้ความสำคัญควรเป็นเพื่อนที่ทำให้คุณมีศรัทธาเพิ่มขึ้นทุกๆวัน
หรือไม่ก็เพื่อนที่คุณทำให้ศรัทธาของเขาเพิ่มขึ้นทุกๆวัน

                เพื่อที่คุณเองจะได้เป็นหนึ่งในมิตรของท่านนบี
ไม่ว่าคุณจะอยู่ ณ ที่แห่งใดหรือมีสภาพเช่นใดก็ตาม

 

คอลัมบ์ คนในประวัติศาสตร์ วารสาร โรตีมะตะบะ ฉบับที่
24