เคยมีไหม?ที่รู้สึกความจำของตนเองแย่แล้ว
นึกจะจดจำอะไรสักอย่างทำไมถึงยากเย็นหนักหนา
ทั้งๆที่เมื่อก่อนเรื่องราวเดียวกันนี้ ใช้เวลาเพียงพริบตามก็สามารถจัดเก็บเข้าสู่ความทรงจำได้อย่างง่ายดาย
                ตอนนี้เลยได้แต่หาวิธีกู้คืนความทรงจำของตัวเองให้กลับมา
ทั้งเรื่องอาหารการกินก็ใส่ใจมากขึ้น เลือกกินแต่สิ่งที่มีประโยชน์
หัดออกกำลังกายให้สมงอปรอดโปร่ง และนานาสารพัดวิธีเท่าที่จะทำได้
                แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากแต่อย่างใด
                แล้ววันหนึ่งด้วยความเมตตาของอัลลอฮผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก
ทำให้ฉันได้รู้จักเขาคนนั้น ผู้ท่องจำอัลกุรอานได้ทั้งเล่ม ตอนอายุเพียง
7 ขวบ!!
                เขากำพร้าพ่อหลังลืมตาดูโลกได้ไม่กี่ชั่วโมง จนเมื่ออายุ 2 ขวบ เขาและแม่ก็ได้ย้ายจากเมืองฆอซซะฮฺ
ฟิลัสตีนกลับไปยังบ้านเกิดมักกะฮฺอัลมุกัรรอมะฮ
                เมื่ออายุ
13 ปี เขาได้เดินทางไปยังมะดีนะฮฺ เพื่อตักตวงความจากท่านอิมามมาลิก
และด้วยความสามารถในเรื่องความจำและความอัจฉริยะของเขา
ทำให้ท่านอิมามมาลิกกล่าวออกมาว่า
ถ้าหากว่าที่นี่มีคนที่มีเกียรติ
คนผู้นั้นคือ คนหนุ่มผู้นี้

                หนุ่มคนนั้นคือ
อิมามชาฟิอีย์
                อิมามชาฟิอีย์เป็นนักวิชาการที่เชี่ยวในเรื่องฟิกฮฺ
ภาษา และโดยเฉพาะในเรื่องฮะดีษ จนชาวมักกะฮฺได้ให้ฉายานามท่านว่า
ผู้ช่วยอัซซุนนะฮฺ
                ความสามารถของท่านเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของคนทั่วไป
โดยเมื่อท่านอับดุลลอฮลูกของท่านอะฮฺมัด อิบนุ ฮัมบัลได้ถามพ่อว่า
เหตุใดท่านจึงขอดุอาอฺ และกล่าวถึงท่านอิมามชาฟีอีย์อยู่บ่อยครั้ง
จนได้รับคำตอบว่า
เพราะอิมามชาฟีอีย์นั้นเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลกมนุษย์
ซึ่งไม่มีใครที่สามารถแทนท่านได้ และไม่มีใครแทนที่ของท่าน

                และท่านอะฮฺมัดยังได้กล่าวอีกว่า
หากไม่ใช่เพราะอิมามชาฟีอีย์
ฉันคงไม่เข้าใจความรู้ในเรื่องฮะดีษ

                ความสามารถในเรื่องความจำของท่านอิมามชาฟีอีย์นั้นมีความโดดเด่นมาก
ไม่นับการท่องจำอัลกุรอานทั้งเล่มได้ตั้งแต่อายุเพียง
7 ขวบ
หากเทียบกับปัจจุบันก็ประมาณเด็กประถม
1 ของเรานั่นเอง
                เวลาอ่านหนังสือท่านต้องเอามือปิดหน้าหนังสือที่อยู่ถัดไป
เพราะเมื่ออ่านหนังสือคราใด ท่านก็จะสามารถจดจำสิ่งที่อยู่ในนั้นได้โดยทันที
หากไม่ปิดหนังสือหน้าถัดไปไว้ อาจทำให้สับสนได้
                อยู่มาวันหนึ่งท่านได้ไปหา
วะกีอฺ ผู้เป็นอาจารย์ ตัดพ้อเรื่องความจำของตัวเองที่แย่ลง
ท่านวะกีอฺจึงให้คำแนะนำโดยบอกว่า ความรู้นั้นเปรียบดังรัศมี
และรัศมีของอัลลอฮนั้นไม่สามารถอยู่ปะปนกับความชั่วร้ายได้
                หากท่านต้องการจะให้ความสามารถในการจำของตัวเองกลับคืนมาคงต้องละเว้นจากมะอฺศียะฮฺทั้งปวง
                ท่านอิมามชาฟีอีย์จึงเล่าให้อาจารย์ท่านนี้ฟังว่า
วันก่อนตนเองเดินออกจากบ้าน และด้วยความที่ไม่ทันระมัดระวังตัว
ดวงตาก็พลันเหลือบไปเห็น
ส้นเท้า ของสตรีนางหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ส้นเท้า ของสตรีนั้นเป็นเอาเราะฮฺอย่างแน่นอน
โดยไม่มีข้อขัดแย้งในบรรดาปวงปราชญ
                และ
ส้นเท้า ของสตรีเป็นแน่ ที่ทำให้ความทรงจำของท่านอ่อนแรงลง
                ซุบฮานัลลอฮ
!!
นี่คือความใสบริสุทธ์ในหัวใจของผู้รู้ของเราท่านนี้ที่ไม่มีความเท็จหรือสิ่งชั่วร้ายใดมาเจือปน
                คงไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดว่า
ไฉนเลยบรรพชนแห่งอิสลามในยุคก่อนจึงมีความสามารถมากมายรอบด้านในตัวคนๆเดียว
                เหตุเพราะ
อิสลาม ในหัวใจของเขามีความเข้มข้นและบริสุทธิ์อย่างหาเปรียบมิได้
                ตอนนี้ตัวเองจึงได้คำตอบแล้วว่า
หากความจำของตัวเองเริ่มแย่เมื่อไหร่ คงไม่ต้องหาวิธีแก้ไขให้วุ่นวาย
แค่กลับไปตรวจสอบหัวใจแล้วกำจัดเชื้อโรคต้วร้านที่ชือมะอฺศียะฮฺออกไปโดยเร็ว
                แล้วความจำของคุณล่ะ
โดนส้นเท้าสตรี(หรือมากกว่านั้น?) ทำร้านไปแล้วกี่ครา???

 

โดย มุซาฟิร ตอลัมบ์
คนในประวัติศาสตร์ วารสารโรตีมะตะบะ ฉบับที่
34