Category: อุมมุลมุอฺมินีน



                 ช่วงนี้หันไปทางไหน ก็เจอแต่คนพูดเรื่องการมีคู่ครอง
หรืออาจะเป็นเพราะตัวเองเพิ่งผ่านช่วงการแต่งงาน(ของชาวบ้านเขา)มาได้หมาดๆ
ก็เลยวนเวียนอยู่กับเรื่องอย่างนี้บ่อยครั้ง
                
                หากพูดถึงคุณสมบัติของยอดภรรยาที่หนุ่มทั้งหลายต่างหมายปองนั้น
ก็คงหนีไม่พ้นคุณสมบัติของความอดทน ความซื่อสัตย์ และเป็นที่ปรึกษาที่ดี
ทำให้ได้ย้อนกลับไปนึกถึงซอฮาบียะฮฺท่านหนึ่งผู้มีนามว่า ฮินดฺ อัลมัคซูมียะฮฺ
หรือที่เรารู้จักกันในนามของ
อุมมุซะละมะฮฺ"

                เนื่องด้วยการยอมรับอิสลามของนางและอบูซะละมะฮฺ
ผู้เป็นสามี ทำให้พวกเขาต้องพลัดพรากจากกันไปอยู่คนละที่ ด้วยฝีมือขงอชาวกุร็อยช
และหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮ
พวกเขาก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งหนึ่ง แต่บททดสอบอันหนักหน่วงเป็นของคู่กับผู้ศรัทธาที่หนักแน่นเสมอ
ภายหลังจากสงครามอุฮุด อบูซะละมะฮฺก็ได้กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮ

                ท่ามกลางความเศร้าโศก
อุมมุซะละมะฮฺก็พลันนึกถึงดุอาอฺของท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)ที่ผู้เป็นสามีเคยสอนนาง
คือดุอาอฺที่ว่า
โอ้อัลลอฮ นับว่าความทุกข์ยากนี้มาาจากพระองค์ แต่ประโยคต่อไป ขอพระองค์ทรงตอบแทนสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด นางไม่สามารถทำใจให้กล่าวออกมาได้
เนื่องจากนางไม่คิดว่าจะมีคนดีคนใดมาแทนที่อบูซะละมะฮฺได้
แต่นางก็ทนกล่าวดุอาอฺนั้นต่อไปจนจบ

                หลังจากนั้น
ท่านอบูบักรก็ได้ยื่นข้อเสนอที่จะสู่ขอนาง แต่อุมมุซะละมะฮฺปฏิเสธ ต่อมาท่านอุมัร
อิบนุ ค็อฏฏ็อบ
ก็ได้เข้ามาสู่ขอนาง แต่นางก็ปฏิเสธไปเช่นเดียวกัน

                จนเมื่อท่านรอซูล(ศ.ล)ได้เข้ามาสู่ขอนาง นางก็ได้กล่าวกับท่านนบี(ศ.ล)ว่า ในตัวของนางนั้น มีข้อบกพร่องอยู่ 3 ประการ
คือ
1.นางนั้นมีความหึงหวงมาก 2.นางเป็นหญิงที่ผ่านการสมรสมาแล้ว
และข้อสุดท้ายก็คือ นางเป็นหญิงที่มีลูกติด

                เมื่อท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล)ได้ฟังดังนั้น ท่านก็ได้ตอบว่า สำหรับข้อแรก ที่นางบอกว่า
นางมีความหึงหวงมากนั้น ท่านจะขอดุอาอฺจากอัลลอฮให้ความหึงหวงนั้นหายไปจากนาง ข้อที่สอง
หากนางกล่าวว่านางนั้นเป็นหญิงที่ผ่านการสมรสมาแล้ว ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)ก็เคยผ่านการสมรสมาแล้วเช่นเดียวกัน และในข้อสุดท้าย
นางเป็นหญิงที่มีลูกติดนั้น ลูกของนางก็คือลูกของท่านเช่นกัน
นางจึงตอบตกลงนิกะฮฺกับท่านรอซูล(ศ
.ล)

                นางจึงมิได้เป็นแค่อุมมุซะละมะฮฺ(มารดาของซะละมฺ)
แต่นางได้กลายมาเป็นอุมมุลมุอฺมินีน(มารดาของบรรศรัทธาชน)และนี่คือสิ่งทีดีกว่า
ที่อัลลอฮประทานให้แก่นาง ในครั้งที่นางได้ขอดุอาอฺตอนที่สามีคนแรกของนางได้จากไป

                แค่นี้ยังไม่พอ
สำหรับคุณลักษณที่งดงามของอุมมุซะละมะฮฺ ในปีที่ท่านรอซูล(ศ
.ล)ได้นำบรรดาศอาบะฮฺไปทำอุมเราะฮฺ ณ เมืองมักกะฮฺ
ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ของชาวมุฮาญิรีนที่จะได้กลับไปเยือนแผ่นดินเกิดอีกครั้งหนึ่ง
บรรดาศอหาบะฮฺต่างก็เฝ่ารอคอยวันนี้ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม
แต่ในที่สุดพวกเขากลับต้องผิดหวัง เมื่อชาวกุร็อยชได้ขัดขวางมิให้พวกเขาเข้าไปยังมักกะฮฺในปีนี้
และมีการตกลงทำสนธิสัญญาฮุดัยบียะฮฺ

                หลังจากนั้นท่านนบี(ศ.ล)ก็ได้สั่งให้ศอหาบะฮฺเชือดสัตว์และโกนผมเพื่ออกจากการครองอิฮฺรอม
แต่ไม่มีใครยอมทำตามเนื่องจากยังคงเศร้าสลดใจที่มิได้เยือนมักกะฮฺและทำอุมเราะฮิ
ท่านนบี(ศ
.ล)ได้สั่งเช่นนั้นถึงสามครั้ง ก็ยังไม่มีใครทำตาม
ท่านจึงเดินเข้าไปหาอุมมุซะละมะฮฺ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล

                แต่ด้วยไหวพริบของอุมมะซะละมะฮฺ
นางจึงบอกให้ท่านนบี(ศ
.ล)ออกไปอีกครั้ง แล้วเชือดสัตว์และโกนผม
โดยไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น เมื่อศอหาบะฮฺเห็นดังนั้น ก็ทยอยกันเชือดสัตว์และโกนผมตามที่ท่านนบี(ศ
.ล)ทำจนหมด

                นี่เป็นเพียงคุณลักษณะอันน่ายกย่องบางประการของอุมมุลมุอฺมินีน
อุมมุซะละมะฮฺ
ที่มุสลิมะฮฺทั้งหลายควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่าง
รวมไปถึงเป็นแนวทางให้กับมุสลิมีนทั้งหลายที่กำลังอยู่ในช่วงค้นหาใครสักคน

 

โดย มุซาฟิร คอลัมบ์ คนในประวัติศาสตร์ วารสาร โรตีมะตะบะ

 


                ตลอดเวลาที่ผ่านฉันเข้าใจว่าภรรยาที่ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล)โปรดปรานที่สุด คือ พระนางอาอีชะฮฺ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อหนังสือลุอฺลุอฺเล่ม
3 ออกมาวางแผง ความเข้าใจนี้ของฉันก็เปลี่ยนไปทันที

                พี่สาวที่ใช้ชื่อว่าศิราณียะฮฺได้บอกเล่าไว้ผ่านคอลัมบ์หลบมุมซุ่มตอบจดหมายไว้ว่าครั้งหนึ่งที่พระนางอาอีชะฮฺเกิดความหึงหวงถึงพระนางคอดีญะฮฺ
น่างได้กล่าวกับท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)ว่า

โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ
นาง(คอดีญะฮฺ)เป็นเพียงหญิงชราคนหนึ่งเท่านั้น
อัลลอฮได้ทรงทดแทนหญิงที่ดีกว่านาง(คือตัวฉัน)ให้กับท่าน แล้วมิใช่หรือ?
ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล)โกรธมากและได้ตอบแก่นางว่า ไม่ อัลลอฮไม่ได้ทดแทนหญิงใดที่ดีกว่านางเลย
นางเชื่อฉันในขณะที่มนุษย์เขาไม่เชื่อฉัน
นางได้ช่วยฉันในขณะที่มนุษย์เขาไม่ช่วยฉัน
นางได้ช่วยเหลือฉันด้วยชีวิตแล้ทรัพย์สินเงินทองของนาง
ในขณะที่ผู้คนทั้งหลายไม่ยอมให้ฉัน และอัลลอฮได้ให้ฉันมีลูกบ้างกับนาง
ในขณะที่หญิงอื่นไม่มีลูกกับฉัน

                ฉันได้ตั้งคำถามในใจว่า
อะไรกันนะที่ทำให้ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)รักและปกป้องนางเหลือเกิน
ทั้งๆที่นางเป็นสตรีที่มีอายุมากกว่าถึง
15 ปี
อีกทั้งท่านยังมีภรรยาอีกหลายคน
ซึ่งตามฮะดีษบันทึกว่าหลายท่านหน้าตางดงามแตกต่างกันไป
ที่สำคัญคือยังมีท่านหญิงอาอีชะฮฺที่ท่านได้รับรองแล้วว่าครึ่งหนึ่งของอิสลามอยู่ที่ภรรยาคนนี้
แล้วอะไรกันเล่าที่ทำให้หัวใจของท่านยังคงรำลึกถึงภรรยาคนแรกตลอดเวลา

                แล้วฉันก็พบว่าฉันพลาดอะไรไปมากมายทีเดียว

                ฉันพบว่าพระนางคอดีญะฮฺยังมีลักษณะนิสัยที่ผู้ชายทั้งโลกต้องการ
นางเป็นผู้ที่อัลลอฮ(ซ
.บ)ส่งมาเพื่ออยู่เคียงข้างท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ.ล)ในขณะที่ท่านเผยแผ่อิสลามอย่างหนักหน่วง นางมีลักษณะที่สุขุมมั่นคง
ครั้งที่ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)กลับาจากการรับวะฮีย์ในครั้งแรก
ท่านนบี(ศ
.ล)กล่าวว่า โอ้คอดีญะฮฺ
ฉันกลัว

นางคอดีญะฮฺได้ปลอบและตอบรับด้วยหัวใจที่มั่นคงและกล่าวกับท่านว่า
ด้วยกับพระองค์อัลลอฮจะกรุณาท่าน

                ในการเผยแผ่อิสลามช่วงแรก
ท่านนบีต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากหลายประการ
แต่นางยืนเคียงข้างท่านและสนับสนุนท่านนบีด้วยความเฉลียวฉลาด ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ
.ล)กล่าวว่า

                ชายหลายคนเป็นผู้มีความรู้
แต่มีเพียงสตรีสามคนเท่านั้นที่ได้รับตำแหน่งนี้ คือ พระนางมัรยัม นางอาอีชะฮฺ
และนางคอดีญะฮฺ

                ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ของนาง
เมื่อท่านนบีได้ยินถ้อยคำรุนแรงจากประชาชนและมาหานาง
นางจะปลอบโยนและให้กำลังใจท่าน หรือเมื่อครั้งที่ท่านนบี(ศ
.ล)ออกไปหาความสงบในถ้ำฮิรออฺ
นางจะเป็นผู้จัดเตรียมเสบียงสัมภารพต่างๆให้ท่าน จะจัดส่งคนไปดูแลท่าน
หรือบางครั้งนางจะออกไปหาท่านยังถ้ำด้วยตนเอง

               นางเป็นหญิงที่อัลลอฮ(ซ.บ) มลาอิกะฮฺ และท่านนบีรักอย่างเหลือเกิน ก่อนนางเสียชีวิต
อัลลอฮ(ซ
.บ)ทรงสัญญาถึงปราสาทหลังหนึ่งที่ทำจากมุกในสวนสวรรค์
ซึ่งเหมาะสมกับสมญานามของท่านคือ หญิงสะอาดผู้ไร้มลทิน หรือ
อัตตอฮิเราะฮฺ

                เพราะอย่างนี้มิใช่หรือ
ด้วยกับความรัก ความเมตตา ความยืนหยัด ความสุขุม และความสะอาดบริสุทธิ์ขางนอง
ทำให้อิสลามเติบโตขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

                ขณะที่ครึ่งหนึ่งของอิสลามอยู่ที่พระนางอาอีชะฮฺ
แต่ต้นกล้าของอิสลามก็ถูกปกป้องและช่วยเหลือด้วยกับทั้งหมดของชีวิตของท่านพระนางคอดีญะฮฺ
!

 

โดย ชาดัมเย็น คอลัมบ์ คนในประวัติศาสตร์ วารสาร โรตีมะตะบะ
ฉบับที่
23


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.